แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 31
1
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ







2
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



3
ปล่อยรถราคาพิเศษ BMW 330e M Sport (Plug-in Hybrid) ปี 2022 มีโปรโมชั่นพิเศษ

บีเอ็มดับเบิลยู BMW Series 3 330e M Sport ปี 2020
BMW 330e M Sport ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร มาพร้อมกับเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังสูงสุด 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost และปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 30 กิโลวัตต์ / 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.9 วินาที ต่อเนื่องไปจนถึงความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. ในโหมดการขับขี่แบบ HYBRID ของบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 กม./ชม. โดยใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าก่อนสลับไปเป็นการใช้พลังงานเครื่องยนต์ ขณะเดียวกันในโหมด ELECTRIC ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. มากกว่ารุ่นเดิมที่ทำได้ 120 กม./ชม. บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ยังได้ปรับปรุงอัตราการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าปลอดมลพิษให้มากกว่ารุ่นก่อน 50 เปอร์เซ็นต์ ในระยะทางขับสูงสุดที่ 55-68 กิโลเมตร ในขณะเดียวกันยังลดการใช้อัตราการสิ้นเปลืองและการปล่อยมลพิษในโหมดขับขี่อื่น ๆ ได้มากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยินจะถูกเปิดใช้ในขณะขับขี่ด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งเสียงเตือนผู้ใช้ทางเท้าผ่านระบบลำโพงติดตั้งภายนอก (ราคาขายรวม BSI STANDARD Package) และจะปรับเป็น 3,029,000 บาท ในวันที่ 1 มกราคม 2025

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 20 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
Bsi ถึง 16/12/2026

ราคาพิเศษ 1,390,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              BMW
   รุ่น                   บีเอ็มดับเบิลยู BMW Series 3 330e M Sport ปี 2020
   ประเภทรถ          รถเก๋ง 4 ประตู, รถไฮบริด
   ปีที่เปิดตัว          2020


4
อาหารว่าง ที่ดีต่อสุขภาพช่องปากของเด็กๆ กำลังจัดฟันเด็ก

การเลือกอาหารว่างสำหรับเด็กที่กำลังจัดฟันนั้น ควรคำนึงถึงทั้งสุขภาพช่องปากและสุขภาพร่างกายโดยรวม เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นและไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องมือจัดฟัน ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพช่องปากของเด็กที่กำลังจัดฟัน:


1. ผลไม้:

ผลไม้เนื้อนิ่ม: เช่น กล้วย มะละกอ มะม่วงสุก ลูกพีช หรือลูกแพร์ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยวและไม่ทำร้ายเครื่องมือจัดฟัน
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี: เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี หรือราสเบอร์รี มีวิตามินซีสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระ


2. ผัก:

ผักต้มหรือนึ่ง: เช่น แครอท บรอกโคลี หรือมันเทศ ควรทำให้สุกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย
ผักสด: เช่น แตงกวา หรือผักกาดหอม สามารถทานได้ แต่ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ


3. ผลิตภัณฑ์จากนม:

โยเกิร์ต: เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสผลไม้ที่ไม่หวานมากนัก เพื่อลดปริมาณน้ำตาล
ชีส: ชีสแผ่นหรือชีสแท่ง เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี แต่ควรเลือกชนิดที่มีไขมันต่ำ


4. ธัญพืช:

ข้าวโอ๊ต: ข้าวโอ๊ตปรุงสุก เป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานและมีใยอาหารสูง
ขนมปังโฮลวีท: ควรเลือกขนมปังเนื้อนิ่มและไม่เหนียว


5. อาหารว่างอื่นๆ:

ไข่ต้ม: ไข่ต้มเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและทานง่าย
ปลาทูน่ากระป๋อง: ควรเลือกปลาทูน่าในน้ำแร่และทานกับขนมปังโฮลวีท


ข้อควรระวัง:

หลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง เหนียว หรือมีน้ำตาลสูง เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง น้ำแข็ง หรือขนมหวาน
ควรให้เด็กดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
หลังทานอาหารว่าง ควรให้เด็กแปรงฟันหรือบ้วนปากให้สะอาด เพื่อป้องกันเศษอาหารติดอยู่ตามเครื่องมือจัดฟัน
การเลือกอาหารว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นและดูแลสุขภาพช่องปากได้ดีในระหว่างการจัดฟัน

5
ฉนวนกันความร้อน ปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการประเมินระดับความร้อน ให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน

ในโรงงานอุตสาหกรรม ความร้อนกับการทำงาน เป็นสิ่งที่พนักงานหรือลูกจ้างต้องเผชิญและสัมผัสกับความร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอันตรายจากความร้อนในการทำงานนั้น เมื่อร่างกายเราได้รับความร้อน จะมีการถ่ายเทความร้อนออกไปเพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งปกติอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของระบบควบคุมความร้อนได้จะเกิดความผิดปกติและเจ็บป่วย ลักษณะอาการและความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น เช่น มีภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย เป็นลม และมีอาการเป็นตะคริว

 แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ…? เพื่อหาแนวทางป้องกันให้ลูกจ้างปฏิบัติงานกับความร้อนได้อย่างปลอดภัย ไม่ให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากความร้อน และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต วันนี้เรามีแนวทางป้องกันอันตรายจากความร้อน ด้วยการประเมินความระดับร้อนให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน จะเป็นอย่างไรนั้น เรามาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

การประเมินระดับความร้อนให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน

ตามกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ.2559

ความหนัก-เบาของงาน หมายความว่า การใช้พลังงานของร่างกายหรือใช้กําลังงานที่ทำใหเกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเพื่อใช้ปฏิบัติงาน การจําแนกความหนัก-เบาของลักษณะการทำงานออกเป็น 3 ระดับ (ตามกฎกระทรวงฯเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ.2549) โดยคํานวณการใช้พลังงาน ดังนี้

“งานเบา” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงน้อยหรือใช้กําลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่เกิน 200 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

ตัวอย่างกิจกรรมและการปฏิบัติงาน ตามระดับของงานเบา

นั่งทำงานโดยมีการเคลื่อนไหวของแขน-ขาปานกลาง เช่น งานสำนักงาน งานเขียนหนังสือ งานพิมพ์ดีด งานบันทึกข้อมูล งานนั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์ งานประกอบชิ้นงานขนาดเล็ก ตรวจสอบ/ประกอบชิ้นส่วนวัสดุเบา เย็บปักถักร้อย

ยืนทำงานโดยมีการเคลื่อนไหวของลำตัวเล็กน้อย เช่น ควบคุมเครื่องจักร บรรจุวัสดุน้ำหนักเบา งานบังคับเครื่องจักรด้วยเท้า การใช้เครื่องมือกล/เครื่องทุ่นแรงขนาดเล็ก

เดินด้วยความเร็วไม่เกิน 2 ไมล์/ชั่วโมง (2 กิโลเมตร/ชั่วโมง) เช่น เดินตรวจงาน หรือเดินส่งเอกสารจำนวนเล็กน้อย

“งานปานกลาง” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงปานกลางหรือใช้กําลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 201 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ถึง 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

ตัวอย่างกิจกรรมและการปฏิบัติงาน ตามระดับของงานปานกลาง

นั่งทำงานโดยมีการเคลื่อนไหวหรือใช้กำลังแขน – ขาค่อนข้างมาก เช่น นั่ง ควบคุมปันจั่น เครน หรือเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในงานก่อสร้าง ประกอบ/ บรรจุวัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ขับรถบรรทุกขนาดใหญ่

ยืน/เคลื่อนไหวลําตัวขณะทำงาน เช่น ยกของที่มีน้ำหนักปานกลาง ลาก-ดึง รถเข็นวัสดุที่มีล้อเลื่อน ทำงานในห้องเก็บของ ยืนตอกตะปูใช้เครื่องมือกลขนาดปานกลาง ยืนป้อนชิ้นงาน การขัดถูทำความสะอาด รีดผ้า

เดินด้วยความเร็ว 2-3 ไมล์/ชั่วโมง (2 – 4.8กิโลเมตร/ชั่วโมง ) หรือเดิน โดยมีการถือวัสดุที่น้ำหนักไม่มากเช่น เดินส่งเอกสารหรือห่อวัสดุสิ่งของ

“งานหนัก” หมายความว่า ลักษณะงานที่ใช้แรงมากหรือใช้กําลังงานที่ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารในร่างกายเกิน 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

ตัวอย่างกิจกรรมและการปฏิบัติงาน ตามระดับของงานหนัก

ทำงานที่มีการเคลื่อนไหวลำตัวมาก/อย่างเร็ว หรือต้องมีการออกแรงมาก เช่น ลาก ดึง หรือยกของที่มีน้ำหนักมาก (> 20 kg) งานที่ใช้พลั่วตักหรือเครื่องมือลักษณะคล้ายกับงานขุด งานเลื่อยไม้ ขุดหรือเซาะดิน/ทราย งานเจาะไม้เนื้อแข็ง งานทุบโดยใช้ค้อนขนาดใหญ่ งานยก หรือเคลื่อนย้ายของหนัก ขึ้นที่สูงหรือที่ลาดชัน งานคุ้ยตะกรันในเตาหลอม งานแกะสลักโลหะหรือหิน การขัดถูพื้นหรือพรมที่สกปรกมากๆ งานก่อสร้างและงานหนักที่ต้องปฏิบัติกลางแจ้ง

เดินเร็วๆ หรือวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 3 ไมล์/ชั่วโมง (8กิโลเมตร/ชั่วโมง )

ประเภทของอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อความร้อนในการทำงาน

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในการประกอบกิจการโรงงานเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมในการทำงานพ.ศ.2546 ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีดำเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการ ประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ต้องทำการตรวจวัดความร้อนกำหนดไว้ ได้แก่

-โรงงานผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว หรือการทำให้บริสุทธิ์

-โรงงานสิ่งทอที่ทำการฟอก ย้อมสี หรือแต่งสำเร็จด้ายหรือสิ่งทอ

-โรงงานผลิตเยื่อกระดาษจากไม้หรือวัสดุอื่น การทำกระดาษ กระดาษแข็ง

-โรงงานผลิต ซ่อม หล่อ หรือหล่อดอกยางนอก ยางใน

-โรงงานผลิตแก้ว เส้นใยแก้ว

-โรงงานทำซีเมนต์ปูนขาว ปูนปลาสเตอร์

-โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการถลุง ผสมทำให้บริสุทธิ์หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตโลหะขั้นต้น

-กิจการที่มีแหล่งกำเนิดความร้อนหรือมีการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายเนื่องจากความร้อน

ขอบคุณที่มา : เนื้อหาบางส่วนจากกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2549

: เนื้อหาบางส่วนจากคู่มือการใช้เครื่องมืออาชีวสุขศาสตร์พื้นฐาน สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค

6
หมอประจำบ้าน: หลอดเลือดขอดที่ขา (Varicose vein)

หลอดเลือดดำที่ขา มีหน้าที่นำเลือดดำจากเท้ากลับสู่หัวใจ โดยอาศัยแรงบีบของกล้ามเนื้อบริเวณเท้าบีบเลือดต้านแรงถ่วงของโลกให้ไหลกลับขึ้นสู่หัวใจ ทั้งนี้โดยมีลิ้นเล็ก ๆ อยู่ในหลอดเลือดดำ ช่วยป้องกันมิให้เลือดไหลย้อนกลับลงเท้า

เป็นภาวะที่พบได้บ่อย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่า มักพบว่ามีพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วย

สาเหตุ

เกิดจากความผิดปกติของลิ้น (valves) เล็ก ๆ ในหลอดเลือดดำ ไม่สามารถกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้ จึงทำให้เลือดไหลย้อนลงมาคั่งอยู่ในหลอดเลือดดำส่วนปลาย ได้แก่ ส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นหลอดเลือดที่โป่งพอง สีคล้ำ ๆ เรียกว่า หลอดเลือดขอดที่ขา

โรคนี้พบได้มากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และพบได้บ่อยในคนอายุมากกว่า 50 ปี

คนอ้วน ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเกือบทั้งวัน หรือยกของหนัก และผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นหลอดเลือดขอดที่เท้า มักมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น

อาการ

อาการที่พบในระยะแรกเริ่ม จะเห็นหลอดเลือดโป่งพองสีคล้ำ ๆ ที่ขาเวลายืน โดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณน่อง (แต่อาจพบตรงบริเวณใดก็ได้ ระหว่างตาตุ่มขึ้นไปถึงสะโพก)

ในหญิงตั้งครรภ์อาจพบหลอดเลือดขอดที่บริเวณช่องคลอด

เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเมื่อยในบริเวณนั้น หรือเท้าบวมหลังจากนั่งหรือยืนนาน ๆ อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นในผู้หญิงขณะมีประจำเดือน หรือก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน

ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีผื่นคันขึ้นในบริเวณที่เป็นหลอดเลือดขอด โดยเฉพาะตรงบริเวณใกล้ ๆ ข้อเท้า ผิวหนังในบริเวณนั้นอาจออกเป็นสีคล้ำ ๆ

ภาวะแทรกซ้อน

โดยทั่วไปไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายแต่อย่างใด

แต่ถ้าหกล้มหรือถูกของมีคมบาดตรงบริเวณที่มีหลอดเลือดขอด อาจทำให้เกิดแผลเลือดออกรุนแรงได้

ถ้าเป็นหลอดเลือดขอดที่รุนแรง ผิวหนังในบริเวณนั้นอาจแตกกลายเป็นแผลเรื้อรัง เรียกว่า แผลจากหลอดเลือดขอด (varicose ulcer)

บางรายอาจเกิดลิ่มเลือดร่วมกับการอักเสบของหลอดเลือดดำ ซึ่งมักจะเป็นที่บริเวณผิว ๆ เรียกว่า หลอดเลือดดำส่วนผิวอักเสบมีลิ่มเลือด (superficial thrombophlebitis) ภาวะนี้มีอันตรายน้อย และมักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นลิ่มเลือดขนาดเล็ก และไม่หลุดลอยไปที่อื่น (อาการที่พบ คือ หลอดเลือดดำที่มีลิ่มเลือดจะมีลักษณะคลำได้เป็นเส้นแข็ง ออกแดง ร้อน และเจ็บ ให้การรักษาตามอาการ ได้แก่ ให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ประคบด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ สวมใส่ถุงเท้าชนิดยืด หรือพันด้วยผ้าพันแผลชนิดยืด ยกเท้าสูงเวลานอนหรือนั่ง)

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและการตรวจพบหลอดเลือดโป่งพองสีคล้ำ ๆ ที่บริเวณขา

ในการประเมินความรุนแรงของโรค แพทย์จะทำการตรวจดูความผิดปกติของลิ้น (valves) ในหลอดเลือดดำด้วยอัลตราซาวนด์

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้าเริ่มเป็นหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จะแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตนเอง โดยการปฏิบัติตัวต่าง ๆ และให้ผู้ป่วยใส่ถุงน่องที่ใช้รักษาหลอดเลือดขอด (compression stockings) ไว้ตลอดวัน เพื่อช่วยบีบไล่ให้เลือดเคลื่อนตัวกลับสู่หัวใจได้ดียิ่งขึ้น   

2. ในรายที่เกิดมีแผลจากหลอดเลือดขอด ถ้าแผลขนาดเล็ก ควรชะล้างแผล ทำแผลทุกวัน ร่วมกับให้ผู้ป่วยยกเท้าสูง และใส่ถุงน่องยืด (หรือรัดเท้าด้วยผ้ายืด) ก็อาจช่วยให้แผลหายได้ แต่ถ้าแผลมีขนาดใหญ่ อาจต้องทำการผ่าตัดหลอดเลือดขอดออก และอาจต้องรักษาแผลโดยวิธีปลูกถ่ายผิวหนัง (skin graft) คือ นำผิวหนังจากที่อื่นมาปะแทน

3. ถ้ารักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ได้ผลหรือเป็นรุนแรง แพทย์จะให้การรักษา ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

    การฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดดำที่ขอด ทำให้เกิดการแข็งตัวและตีบตันเพื่อตัดการไหลเวียนของเลือด (sclerotherapy)
    การฉีดโฟมเข้าไปในหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ที่ขอด ทำให้เกิดการแข็งตัวและตีบตัน (foam sclerotherapy)
    การรักษาด้วยเลเซอร์ (laser therapy)
    การรักษาด้วยการใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุ (radiofrequency เรียกว่า “Radio frequency ablation, RFA”) หรือเลเซอร์ (laser energy  เรียกว่า “Endovenous laser therapy, EVLT”) ซึ่งส่งผ่านสายสวนที่สอดใส่เข้าไปในหลอดเลือดที่ขอด เข้าไปทำให้หลอดเลือดยุบตัวลง
    การผูกและดึงหลอดเลือดดำที่ขอดออกไป (high ligation and vein stripping )
    การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง (endoscopic vein surgery) สำหรับโรคที่เป็นรุนแรงเกิดมีแผลเรื้อรัง ซึ่งลองใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล

4. ในรายที่เกิดมีแผลจากหลอดเลือดขอด ถ้าแผลขนาดเล็ก ควรชะล้างแผล ทำแผลทุกวัน ร่วมกับให้ผู้ป่วยยกเท้าสูง และใส่ถุงน่องยืด (หรือรัดเท้าด้วยผ้ายืด) ก็อาจช่วยให้แผลหายได้ แต่ถ้าแผลมีขนาดใหญ่ อาจต้องทำการผ่าตัดหลอดเลือดขอดออก และอาจต้องรักษาแผลโดยวิธีปลูกถ่ายผิวหนัง (skin graft) คือ นำผิวหนังจากที่อื่นมาปะแทน

การดูแลตนเอง

1. ถ้าเริ่มเป็นหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยควรดูแลตนเอง ดังนี้

    หมั่นออกกำลังกาย
    ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักเกินหรืออ้วน
    หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ และไม่นั่งไขว่ห้างนาน ๆ
    หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าคับหรือรัดแน่น โดยเฉพาะในบริเวณเอว ขาหนีบ และขา
    พยายามนั่งหรือนอนยกเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอก เพื่อช่วยให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจดีขึ้น
    ใส่ถุงน่องที่ใช้รักษาหลอดเลือดขอดไว้ตลอดวัน

2. ถ้ามีเลือดไหลจากหลอดเลือดขอด ควรดูแลตนเองโดยการนั่งหรือนอนยกเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอก และใช้ผ้าสะอาดกดแรง ๆ ตรงรอยแผลที่มีเลือดออก เมื่อเลือดหยุดแล้ว ให้ทำความสะอาดแผลแบบบาดแผลสดทั่ว ๆ ไป

3. ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    เมื่อดูแลตนเองแล้ว อาการปวดหน่วงหรือปวดเมื่อยขาหรือเท้าบวมไม่ทุเลา
    มีเลือดออก และห้ามเลือดด้วยตนเองไม่ได้ผล หรือบริเวณรอยแผลที่มีเลือดออกมีการติดเชื้ออักเสบ
    มีการอักเสบของหลอดเลือดดำ (มีลักษณะคลำได้เป็นเส้นแข็ง ออกแดง ร้อน และเจ็บ) หรือมีแผลที่เท้าเกิดขึ้นจากการแตกของผิวหนัง
    มีความวิตกกังวล

การป้องกัน

อาจป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคหลอดเลือดขอดที่เท้า ด้วยการปฏิบัติตัว ดังนี้

    หมั่นออกกำลังกาย
    หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ
    ควบคุมน้ำหนักตัว
    หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าคับหรือรัดแน่น โดยเฉพาะในบริเวณเอว ขาหนีบ และขา
    หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงนาน ๆ
    ยกเท้าสูงเวลานอน

ข้อแนะนำ

1. หลอดเลือดขอดที่ขาพบได้ในคนส่วนใหญ่ มักไม่มีความรุนแรงและไม่มีอันตรายร้ายแรง การปฏิบัติตัวตามที่แนะนำไว้ในหัวข้อ “การดูแลตนเอง ข้อที่ 1” มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้น

2. ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์จะเลือกวิธีรักษาโดยพิจารณาตามสภาพของผู้ป่วย ลักษณะและความรุนแรงของโรค หลังการรักษา ส่วนใหญ่มักจะหายได้เป็นปกติ แต่ส่วนน้อยอาจมีโอกาสกำเริบได้อีก ควรหาทางป้องกันไม่ให้กำเริบด้วยการปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

3. อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขา (เช่น บริเวณน่อง) เป็นครั้งคราว นอกจากมีสาเหตุจากหลอดเลือด (ดำ) ขอดแล้ว  ยังอาจเกิดจากหลอดเลือดแดงขาตีบ ซึ่งพบบ่อยในคนสูงอายุ ผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือสูบบุหรี่ ซึ่งมักมีอาการปวดขาข้างเดียวหลังเดินสักพัก และทุเลาเมื่อหยุดพักสักครู่ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการปวดขาเวลานั่ง ยืน หรือเดินนาน ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

7
วัดปากลำขาแข้งชมโบสถ์แสตนเลสหนึ่งเดียวในโลกเหมาะใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรม หลุดพ้นจากความทุกข์อย่างแท้จริง

วัดปากลำขาแข้งมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปเก่าแก่และสวยงามหลายองค์ โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่และมีความงดงามมาก วัดปากลำขาแข้งยังมีภาพเขียนฝาผนังที่สวยงามและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดปากลำขาแข้งดึงดูดผู้มาเยือนด้วยสถาปัตยกรรมอันตระการตา

วัดปากลำขาแข้งตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีเป็นวัดที่มีความเงียบสงบ ดึงดูดผู้มาเยือนด้วยสถาปัตยกรรมอันตระการตา ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณ หรือเพียงแค่สถานที่สำหรับสัมผัสกับธรรมชาติ วัดแห่งนี้มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ

ความงามทางสถาปัตยกรรม
วัดปากลำขาแข้งมีการออกแบบที่ประณีตบรรจงสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมไทยแบบดั้งเดิม ห้องโถงหลักของวัดประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังและรูปปั้นที่สวยงาม แสดงให้เห็นถึงฝีมือของช่างฝีมือท้องถิ่น ผู้เยี่ยมชมสามารถชื่นชมการแกะสลักที่ประณีตและสีสันสดใสที่ทำให้โครงสร้างดูมีชีวิตชีวา ทำให้เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ

การพักผ่อนอันสงบสุข
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิและไตร่ตรอง บรรยากาศที่เงียบสงบทำให้ผู้มาเยือนหยุดนิ่งและเชื่อมต่อกับตัวตนของตนเอง ความงดงามทางธรรมชาติโดยรอบ รวมถึงแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียงช่วยเพิ่มบรรยากาศอันเงียบสงบของวัด ทำให้เป็นสถานที่หลบหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

ความสำคัญทางวัฒนธรรม
วัดปากลำขาแข้งไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนา พระสงฆ์ในท้องถิ่นประจำอยู่ที่วัด คอยให้คำสอนและคำแนะนำแก่ผู้มาเยี่ยมชมที่ต้องการเติบโตทางจิตวิญญาณ การพูดคุยกับพระสงฆ์และเข้าร่วมการทำสมาธิสามารถช่วยให้คุณเข้าใจปรัชญาและการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วิธีการเดินทาง
วัดปากลำขาแข้งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้สะดวกทั้งทางรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เส้นทางชมทิวทัศน์ชนบทช่วยเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวชม โดยสามารถชมนาข้าวและภูเขาอันงดงามตลอดทาง

เคล็ดลับสำหรับผู้เยี่ยมชม
เคารพกฎเกณฑ์ : เนื่องจากเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม ผู้เยี่ยมชมจึงควรแต่งกายสุภาพและประพฤติตนให้เกียรติ ซึ่งรวมถึงต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในพื้นที่บางส่วนและงดการสนทนาเสียงดัง
สำรวจบริเวณโดยรอบ : ใช้เวลาสำรวจบริเวณโดยรอบวัด รวมทั้งริมฝั่งแม่น้ำและเส้นทางเดินป่าที่อยู่ใกล้เคียง ทัศนียภาพธรรมชาติเหมาะสำหรับการเดินเล่นชิลล์ๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์
ลองชิมอาหารท้องถิ่น : อย่าพลาดโอกาสที่จะลองชิมอาหารท้องถิ่นที่ร้านอาหารใกล้เคียง กาญจนบุรีขึ้นชื่อในเรื่องอาหารไทยแสนอร่อย และมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย

วัดปากลำขาแข้งเป็นอัญมณีที่ซ่อนเร้นอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมอบการผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณ ความงามตามธรรมชาติ และความสำคัญทางวัฒนธรรมให้แก่ผู้มาเยือน ไม่ว่าคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบหรือความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับประเพณีทางพุทธศาสนา วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดซึ่งจะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม วางแผนการเยี่ยมชมของคุณวันนี้และดื่มด่ำไปกับความเงียบสงบของสถานที่อันน่าหลงใหลแห่งนี้

8
พูดคุยเรื่องทั่วไป / motor expo 2025: เอ็มจี MG 3 HYBRID X ปี 2024
« เมื่อ: วันที่ 31 มีนาคม 2025, 12:20:04 น. »
motor expo 2025: เอ็มจี MG 3 HYBRID X ปี 2024
N/A

เอ็มจี MG 3 HYBRID X ปี 2024
ALL NEW MG3 HYBRID+ X รถแฮทช์แบ็กไฮบริด 5 ประตูพลังไฮบริด+ (พลัส) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (75 กิโลวัตต์) ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร พลังรวมสูงสุดถึง 194 แรงม้า (143 กิโลวัตต์) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที และอัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5 วินาที HYBRID+ กับ 8 โหมดขับเคลื่อน น้ำมัน 1 ถังสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS)

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์             MG
   รุ่น                  เอ็มจี MG 3 HYBRID X ปี 2024
   ประเภทรถ         รถเก๋ง 5 ประตู, รถไฮบริด
   ปีที่เปิดตัว          2024
   ราคา                N/A

ดีไซน์
   ภายนอก
ล้ออัลลอย (16 นิ้ว)
สปอยเลอร์หลัง (Twin Aero Wing)
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ปัดน้ำฝนกระจกหลัง
ไฟท้าย LED
ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบพิเศษ (อัตโนมัติ)
ขนาดยางหน้า-หลัง (195/55R16)
ไฟหน้า LED
ไฟ Daytime Running Lights

   ภายใน
พวงมาลัยหุ้มหนัง (หัวท้ายตัด)
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้
ตกแต่งภายใน (ดำหรือทูโทน (ตามสีภายนอก))
ภายในโทนสีดำ (2 Tone (เทา-ดำ))
เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
พวงมาลัยไฟฟ้า (Dual Pinion (DP-EPS))
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
กระจกมองหลังตัดแสง (ปรับมือ)
พรมปูพื้น
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (3 โหมด ECO, NORMAL, SPORT)

สเปค
   เครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (75 กิโลวัตต์) รองรับน้ำมัน E20 ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิด 250 นิวตันเมตร เกียร์ไฟฟ้าแบบ E-AT 3 อัตราทดเกียร์ แบตเตอรี่ Lithium-Ion ที่มีความจุมากถึง 1.83 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 8 วินาที โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT

   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)         1,500 CC
   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)      194 แรงม้า
   ระบบเกียร์                        เกียร์อัตโนมัติ
   รูปแบบเกียร์                     E-AT 3 อัตราทดเกียร์ ปรับการทำงานแบบอัตโนมัติ
   ระบบเบรค ABS                มี
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง        เบนซิน 95, เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ 91, เบนซิน E20, ไฮบริด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)        36 ลิตร
   ระบบจ่ายน้ำมัน                หัวฉีดและ Atkinson Cycle ไฮบริดวิ่งได้ 800 กม.
   น้ำหนักตัวรถ                   -
   ประเภทยางรถยนต์            -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)                ล้ออัลลอย (16 นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน               ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย
อุปกรณ์ความปลอดภัย  อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (SCS,ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC,ป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS)
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
ไฟเบรกดวงที่ 3 (LED)
สัญญาณเตือนถอยหลัง
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (พร้อมระบบกเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรินิกส์ EBA)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS,ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS,ช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB)
เข็มขัดนิรภัย (คู่หน้าแบบดึงกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ)
อื่นๆ (ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK, I-SMART)
ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน
กล้อง (มองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ)
เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collisio
เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking - IEB)
เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor - IAVM)
เทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ
เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HSA
เบรกมือไฟฟ้า (พร้อมระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH)
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX)
ADAS ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System) โดยผสานรวมระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) และ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอก)

9
โรคปอดอักเสบและไอพีดี ภัยร้ายจากเชื้อนิวโมคอคคัส

เชื้อนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) เป็นเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดปอดอักเสบจากชุมชนมากที่สุด อุบัติการณ์ในประเทศไทยพบได้ประมาณ 8-11 % สามารถพบปอดติดเชื้อร่วมกับติดเชื้อในกระแสเลือดได้ 58-81% ซึ่งมีอัตราตายสูงถึง 25% ความรุนแรงและ อัตราตายจะสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น

เชื้อนี้พบได้ ในโพรงจมูกและลำคอของมนุษย์ สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คน โดยผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม และสัมผัสละอองเสมหะของผู้ป่วย หรือ พาหะ การเกิดโรคขึ้นกับปริมาณเชื้อที่ได้รับ และปัจจัยของผู้ป่วยพบว่าเชื้อนี้ดื้อยามากขึ้น ทำให้การรักษาซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และเป็นอันตรายต่อชีวิตมากขึ้นปัจจุบันมีการค้นพบสายพันธุ์มากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่พบเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อโรคประมาณ 20-30 สายพันธุ์

อาการเมื่อมีการติดเชื้อนิวโมคอคคัส

    ไข้ ไอเสมหะ เหนื่อย หายใจเจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นอาการของปอดอักเสบ ถ้ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วม อาจทำให้มีการติดเชื้อที่อวัยวะอื่น เช่น ข้ออักเสบติดเชื้อ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจได้หลังติดเชื้อปอดอักเสบ ช่วงภาวะออกซิเจนต่ำหรือการอักเสบในร่างกาย
    ในผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี อาจมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่ม เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจวาย โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคเส้นลือดสมองตีบ โดย 30% ในจำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องมีโรคเหล่านี้มาก่อน

ใครที่มีปัจจัย ‘เสี่ยงสูง’ ต่อการติดเชื้อนิวโมคอคคัส?

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจส่งผลให้ ตับ ทำงานหนักมากขึ้นเป็นพิเศษในการกำจัดของเสีย หลังปาร์ตี้มาพักตับ ดูแลฟื้นฟู เริ่มต้นง่าย ๆ เพียง

    ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก เนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สมบูรณ์เท่ากับคนในวัยหนุ่มสาว
    ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อาทิ โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคตับ โรคไต และโรคเบาหวาน เป็นต้น
    ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ อาทิ ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ที่ติดเชื้อโรคมะเร็ง ผู้ที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ ผู้ป่วยที่ไม่มีม้าม รวมถึงผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น
    ผู้สูบบุหรี่

วิธีการป้องกันให้ห่างไกลจากเชื้อนิวโมคอคคัส

    รักษาสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ปิดปากปิดจมูกทุกครั้งที่จามหรือไอ
    หลีกเลี่ยงการสัมผัส คลุกคลีกับผู้ป่วย และการเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด
    ปรึกษาแพทย์เรื่องการเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน

วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส

PCV 13 (Pneumococcal conjugated vaccine) ครอบคลุมสายพันธุ์ ได้ 13 serotypes เหมาะสำหรับการฉีดในเด็กเล็ก หรือในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อชนิดลุกลามได้ 75% และการติดเชื้อไม่ลุกลาม 45% สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กำหนดข้อบ่งชี้การให้ pneumococcal vaccine ในปี พ.ศ. 2561 ดังนี้

    อายุ > 65 ปี
    อายุ 2-65 ปี ที่มีความเสี่ยง เช่น

    มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ดี โรคหัวใจวาย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคตับแข็ง โรคไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีการรั่วของน้ำไขสันหลัง
    สูบบุหรี่ประจำ
    ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่นได้ยา steroid ยากดภูมิ โรคมะเร็ง
    ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือไขกระดูก
    ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานบกพร่อง เช่น กลุ่มธาลัสซีเมีย

เนื่องจากการศึกษาในประเทศไทย ระหว่าง 2555-2560 อัตราการครอบคลุมโดยวัคซีน PCV 13 อยู่ที่ ร้อยละ 60.2% ในกรณีที่ต้องการเพิ่มความครอบคลุมสายพันธุ์ในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นสามารถใช้ PSSV 23 ฉีดหลัง PCV13 เป็นเวลา 1 ปี อนาคตถ้ามี PCV ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นอาจพิจารณาฉีด เข็มเดียวได้ เช่น PCV 20 ใน สหรัฐอเมริกาซึ่งขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มี

แม้การติดเชื้อนิวโมคอคคัส จะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ในปัจจุบันพบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแพร่หลายนั้นส่งผลให้เชื้อนิวโมคอคคัสมีการดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากและซับซ้อนขึ้น ดังนั้นการป้องกันก่อนการติดเชื้อจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

10
จัดฟันบางนา: วิธีดูแล หลังการจัดฟันแบบ fastbraces

การจัดฟันแบบ fastbraces ไม่ต่างจากการจัดฟันแบบทั่วไปมากนัก เนื่องจากมีการติดเครื่องมือการจัดฟันภายในข่องปากเหมือนกัน ซึ่งจะต่างจากการจัดฟันแบบใส ที่สามารถถอดเครื่องมือออกได้ขณะรับประทานอาหาร และขณะแปรงฟัน ซึ่งถือว่าสะดวกมาก แต่การจัดฟันทั้งสองแบบนั้น ก็มีข้อดีที่แตกต่างจากออกไป ซึ่งการจัดฟันแบบ fastbraces จะใช้ระยะเวลาการจัดฟันที่น้อยกว่า และไม่ต้องถอนฟัน มีความเจ็บปวดน้อยกว่าการจัดฟันแบบอื่น

วิธีการดูแลรักษาช่องปาก หลังจากที่ทำการจัดฟันแบบ fastbraces เป็นที่ทราบกันดีว่า การจัดฟันแบบ fastbraces มีรูปแบบการรักษาที่ไม่ค่อยแตกต่างจากการจัดฟันแบบทั่วไป จึงมีวิธีการดูแลรักษาที่เหมือนกัน

นั่นก็คือ ต้องแปรงฟันให้สะอาดหลังรับประทานอาหาร ทานอาหารที่เหมาะสมกับการจัดฟัน เพื่อไม่ให้เครื่องมือการจัดฟันชำรุดเสียหาย และควรเข้ารับการตรวจช่องปากจากทันตแพทย์เป็นประจำ ทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีฟันที่สวยงามตามเวลาที่กำหนด

การจัดฟันแบบ fastbraces ถือเป็นการจัดฟันในรูปแบบที่รวดเร็ว ประหยัดเวลาในการรักษา และทำให้มีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติในเวลาอันรวดเร็ว ถึงอย่างไรก็ตามการจัดฟันไม่ว่าจะจัดฟันแบบไหน ก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ถูกต้อง

เพื่อที่จะได้มีสุขภาพฟันที่แข็งแรง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เพราะหากปล่อยไว้ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้ ทางคลีนิคเรายินดีให้คำปรึกษาในการจัดฟันและสุขภาพฟัน ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

11
เทคนิคเปิดครัวในบ้านถ้าสร้างอาชีพ ยอดขายไหลเข้าไม่หยุด

การเปิดครัวในบ้านเพื่อสร้างอาชีพเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีใจรักในการทำอาหารและต้องการสร้างรายได้เสริมหรือรายได้หลัก ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเปิดครัวในบ้านได้อย่างประสบความสำเร็จและมียอดขายไหลเข้าไม่หยุด:

1. วางแผนและเตรียมความพร้อม:

กำหนดประเภทอาหาร:
เลือกประเภทอาหารที่คุณถนัดและมีความเชี่ยวชาญ
ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ของคุณ
พิจารณาเมนูอาหารที่มีความแตกต่างและน่าสนใจ

คำนวณต้นทุน:
คำนวณต้นทุนวัตถุดิบ ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างละเอียด
กำหนดราคาขายที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้

เตรียมอุปกรณ์:
ตรวจสอบและเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารให้พร้อมใช้งาน
เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับประเภทอาหารที่ทำ

ขอใบอนุญาต (ถ้ามี):
ตรวจสอบข้อกำหนดและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารขายในบ้าน


2. สร้างความแตกต่างและคุณภาพ:

สูตรลับและเอกลักษณ์:
คิดค้นสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและสดใหม่
ใส่ใจในรายละเอียดและรสชาติของอาหาร

ความหลากหลาย:
นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลายและน่าสนใจ
เพิ่มเมนูพิเศษหรือเมนูตามฤดูกาล
รับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงเมนูตามความต้องการของลูกค้า

บรรจุภัณฑ์:
เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และสวยงาม
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สะดวกต่อการรับประทานและขนส่ง


3. การตลาดและบริการ:

ช่องทางออนไลน์:
สร้างเพจหรือเว็บไซต์เพื่อโปรโมทร้านค้า
ใช้โซเชียลมีเดียในการโฆษณาและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
เข้าร่วมแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย

โปรโมชั่นและส่วนลด:
จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
มอบส่วนลดสำหรับลูกค้าประจำ
สร้างโปรแกรมสะสมแต้มหรือบัตรสมาชิก

บริการลูกค้า:
ใส่ใจในการบริการและตอบคำถามของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
รับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาของลูกค้า
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ

การตลาดปากต่อปาก:
สร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อเกิดการบอกต่อ


4. การจัดการและควบคุม:

การจัดการสต็อก:
จัดการสต็อกวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ
ลดการสูญเสียและควบคุมต้นทุน

การจัดส่ง:
วางแผนการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพและตรงเวลา
เลือกใช้บริการจัดส่งที่น่าเชื่อถือ

การเงิน:
จัดการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ
วิเคราะห์ผลกำไรและปรับปรุงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ความสะอาด:
รักษาความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสถานที่ทำอาหาร


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างเรื่องราวและเอกลักษณ์ของร้านค้า
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์
พัฒนาตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
การเปิดครัวในบ้านให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความตั้งใจ ความอดทน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการสร้างอาชีพจากครัวที่บ้านของคุณ

12
ดอกเบี้ยเงินฝาก: รวมวิธีสังเกตแบงก์ปลอมด้วยตัวเอง เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้ ไม่มีโดนหลอกแน่นอน

นอกจากกลโกงสารพัดวิธีที่ผู้เขียนเคยกล่าวถึงในบทความอื่นๆ แล้ว ช่วงนี้ผู้เขียนเองก็สังเกตเห็นว่ากระแสมิจฉาชีพที่ใช้ "แบงก์ปลอม" ซื้อของ รวมทั้งการซื้อขายแบงก์ปลอมเริ่มกลับมาอีกรอบ ทำให้หลายคนที่ชอบพกเงินสดติดตัวต่างก็ระแวงไปตามๆ กันว่าธนบัตรที่ถืออยู่ในมือนั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยเฉพาะธนบัตร 1,000 บาทถูกปลอมแปลงมากที่สุด เพราะเมื่อเวลามิจฉาชีพนำไปซื้อของจำนวนน้อยๆ ก็จะได้เงินทอนที่เป็นเงินจริงกลับมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจึงได้รวบรวมวิธีสังเกตแบงก์ปลอมง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตนเองมาฝากกันค่ะ ใครที่ผ่านมาเห็นก็ลองนำไปใช้กับแบงก์ที่ตัวเองมีอยู่ได้นะคะ
 
การผลิต-ซื้อ-ขายแบงก์ปลอมมีความผิดอย่างไร?

ก่อนที่จะไปดูวิธีตรวจสอบ อันดับแรกเรามาทำความเข้าใจความผิดของการผลิต และการซื้อ-ขายแบงก์ปลอมกันก่อนค่ะ สำหรับการกระทำดังกล่าว ถือว่าเป็นความผิดทั้งตามพระราชบัญญัติเงินตรา และตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 7 ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง หมวด 1 ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา โดยแบ่งการกำหนดโทษได้เป็นดังนี้

การผลิต หรือปลอมแปลงธนบัตร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 – 400,000 บาท

การซื้อและจำหน่ายธนบัตรปลอม ถือว่ามีไว้เพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา 240 หรือของแปลงตามมาตรา 241 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท - 300,000 บาท

 
 ใช้แบงก์ปลอมแบบไม่รู้ตัว มีความผิดหรือไม่
โดยทั่วไปแล้วการใช้แบงก์ปลอมซื้อของ มีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี ทำให้คนที่เผลอใช้แบงก์ปลอมแบบไม่รู้ตัวอาจจะกังวลว่าจะมีความผิดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ความจริงแล้วความผิดของการใช้แบงก์ปลอมถูกแบ่งออกตามเจตนาของผู้ใช้ดังนี้ค่ะ

ได้ธนบัตรปลอมมาโดยไม่รู้ตัว แต่ต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมและใช้ต่อ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 245 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ใช้ธนบัตรปลอมโดยที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นของปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท - 300,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 เช่นเดียวกันกับการซื้อและขาย

 วิธีตรวจสอบแบงก์ปลอมง่ายๆ ด้วยตัวเอง
กระดาษธนบัตร ทำจากใยฝ้าย ซึ่งสัมผัสจะมีความแตกต่าง และมีความแข็งแรงทนทานกว่ากระดาษทั่วไป ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อโดนน้ำ

ลายพิมพ์เส้นนูน เกิดจากการใช้เทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษที่ทำให้ลายเส้นที่พิมพ์นูนขึ้นมา หากลองใช้มือสัมผัสจะรู้สึกว่าธนบัตรจะมีความเรียบไม่เท่ากัน

ลายน้ำบนธนบัตร บริเวณพื้นที่ว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังของธนบัตร เมื่อสะท้อนแสงจะเห็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตัวเลขบอกชนิดธนบัตร

ภาพซ้อนทับ ด้วยเทคนิคการพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ลายทั้งสองด้านได้พร้อมกัน ทำให้เมื่อนำธนบัตรไปส่องแสงแล้วจะพบว่าลายทั้งสองด้านจะซ้อนกันสนิท

ลายดอกประดิษฐ์ บริเวณภาพพิมพ์ลายดอกประดิษฐ์จะมีความเป็นประกาย หรือเปลี่ยนสีได้ (ขึ้นอยู่กับชนิดของธนบัตร) และดูมีมิติเมื่อพลิกธนบัตรไปมา และมีตัวเลขระบุชนิดธนบัตร
 
แถบสีบนธนบัตร จะมีเลขระบุชนิดธนบัตรอยู่บนแถบ โดยธนบัตรแต่ละชนิดจะมีแถบสีที่ไม่เหมือนกัน หากจับพลิกจะสามารถเปลี่ยนสีได้

หมึกเรืองแสง อีกหนึ่งลักษณะพิเศษที่ยากจะเลียนแบบ คือการพิมพ์ลวดลายบนธนบัตรด้วยหมึกเรืองแสง หากฉายด้วยรังสีเหนือม่วงจะสะท้อนแสงชัดเจน

อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวเป็นแค่การตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น หากยังไม่มั่นใจ ผู้เขียนขอแนะนำว่าให้นำธนบัตรที่น่าสงสัยไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยตรวจสอบ และหากพบธนบัตรปลอม ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสามารถแจ้งกับธนาคารแห่งประเทศไทยได้โดยตรง ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 0-2356-7987 สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยนะคะ

13
หมอประจำบ้าน: โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS)

ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis) หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก และกล้ามเนื้อลีบ ทั้งยังมีปัญหากับการพูด การเคี้ยว การกลืนอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย และการหายใจ โดยอาจเกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพหรือถูกทำลาย และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

โดยทั่วไป อาการมักเริ่มที่มือ เท้า แขน หรือขา แล้วจะค่อย ๆ กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยผู้ป่วยอาจมีอาการ ดังนี้

    อ่อนแรงบริเวณแขน ขา มือ หรือเท้า จนมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความยากลำบากในการเดิน อาจสะดุดล้ม หรือหยิบจับสิ่งของไม่สะดวก
    รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบ และกระตุก รวมทั้งอาจมีอาการแข็งเกร็งบริเวณแขน ไหล่ และลิ้น
    พูดไม่ชัด เคี้ยวและกลืนอาหารลำบาก
    หายใจไม่สะดวก เนื่องจากไม่สามารถควบคุมกระบังลมได้ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยในการหายใจ
    ไม่มีแรงพยุงลำคอ ทำให้มีอาการคอตก

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรค ALS มักจะเสียชีวิตภายในเวลา 3-5 ปี เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม บางรายอาจอยู่ได้นานกว่า 10 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของแต่ละคนด้วย


สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

ในปัจจุบัน สาเหตุของโรค ALS ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

    ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหรือโปรตีนบางชนิดที่อาจทำให้เซลล์ประสาทตาย
    ความไม่สมดุลของสารเคมีในร่างกาย อย่างการมีระดับกลูตาเมตสูงเกินไป
    ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ
    การอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจนำไปสู่โรคนี้ได้ เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรค ALS มีอายุระหว่าง 40-60 ปี มีเพศชาย สัมผัสกับโลหะหรือสารเคมีบางชนิด มีอาการบาดเจ็บ ติดเชื้อจากบาดแผลอย่างรุนแรง สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ทั้งนี้ อาจแบ่ง ALS ออกเป็น 2 ประเภทตามปัจจัยเสี่ยง คือ

    Sporadic ALS หรือ ALS ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พบมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยทั้งหมด
    Familial ALS หรือ ALS ที่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม พบเพียงร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยทั้งหมด


การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

ในเบื้องต้น แพทย์อาจวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยอาจบันทึกอาการในแต่ละวันเพื่อให้แพทย์พิจารณาอาการป่วยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ แพทย์อาจประเมินจากประวัติโรค ALS ของคนในครอบครัวด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีวินิจฉัยโรค ALS ที่ชัดเจน แพทย์จึงมักใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อตรวจหาโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกันด้วย ดังนี้

    การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ใช้ประเมินกิจกรรมทางไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ เพื่อวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท
    การชักนำประสาท เป็นการตรวจโดยกระตุ้นเส้นประสาท เพื่อวัดความเร็วและความแรงของสัญญาณประสาท
    การตรวจภาพถ่ายจาก MRI Scan เป็นการถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก โดยแพทย์อาจใช้วิธีนี้เพื่อตรวจหาโรคหรือภาวะอื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกับโรค ALS ด้วย เช่น เนื้องอกในไขสันหลัง และโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท เป็นต้น
    การตรวจเลือดและปัสสาวะ แพทย์อาจตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของอาการให้ละเอียดยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยโรค ALS ในระยะแรกอาจมีอาการคล้ายกับโรคอื่น ๆ
    การเจาะน้ำไขสันหลัง เป็นการเจาะนำน้ำที่หล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังมาตรวจ เพื่อวินิจฉัยโรคที่เกิดขึ้นกับสมองและระบบประสาทส่วนกลาง
    การตัดชิ้นเนื้อตัวอย่าง เป็นการนำตัวอย่างชิ้นเนื้อของกล้ามเนื้อมาตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยโรคและยังใช้ตรวจหาสาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออื่น ๆ ได้ด้วย


การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

ALS เป็นโรคที่ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่แพทย์ก็มีวิธีรักษาเพื่อชะลอการดำเนินโรค บรรเทาอาการต่าง ๆ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามดุลยพินิจของแพทย์ ดังนี้

การรักษาด้วยยา
ยาที่แพทย์มักใช้รักษาผู้ป่วยโรค ALS คือ ยาไรลูโซล (Riluzole) ที่อาจช่วยชะลอการดำเนินโรคโดยออกฤทธิ์ต้านสารกลูตาเมต ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น เวียนศีรษะ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและการทำงานของตับ เป็นต้น และยาอีดาราโวน (Edaravone) ที่อาจช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ประสาท นอกจากนี้ แพทย์อาจให้ยาเพื่อบรรเทาอาการอื่น ๆ ด้วย เช่น ยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยารักษาอาการหลั่งน้ำลายมากเกินไป และยารักษาภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

การบำบัด
ผู้ป่วยอาจบรรเทาอาการด้วยวิธีการบำบัดต่าง ๆ เช่น

    กายภาพบำบัด ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายด้วยวิธีที่ไม่ต้องใช้แรงมาก เช่น การเดิน การว่ายน้ำ การปั่นจักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น เพื่อช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเมื่อยล้าและภาวะซึมเศร้า
    อรรถบำบัด เป็นการฟื้นฟูความผิดปกติทางการพูด การออกเสียง และการกลืน
    กิจกรรมบำบัด เป็นการบำบัดเพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ทั้งการใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยในกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งกาย การอาบน้ำ เป็นต้น รวมถึงควรจัดวางสิ่งของในที่อยู่อาศัยเพื่อให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกมากขึ้น
    โภชนบำบัด เป็นการดูแลเรื่องอาหารการกินของผู้ป่วย เพื่อให้ได้รับแคลอรี่และสารอาหารที่เหมาะสม โดยให้เลี่ยงอาหารที่กลืนได้ยาก เพื่อป้องกันการสำลัก และในบางกรณีอาจต้องใส่ท่อให้อาหารเข้าไปในกระเพาะอาหารด้วย
    การช่วยเหลือด้านจิตวิทยาและสังคม ผู้ป่วยอาจต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักสังคมสงเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องการเงิน ประกันสุขภาพ และค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยา เพื่อให้ได้รับการดูแลด้านสภาพจิตใจและอารมณ์ของทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัว

การใช้เครื่องช่วยหายใจ
หากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจจนทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่สะดวก แพทย์อาจต้องให้ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ
ภาวะแทรกซ้อนของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

ผู้ป่วย ALS อาจมีปัญหาในการพูด ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ จนอาจต้องอาศัยเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อช่วยในการสื่อสาร รวมทั้งการเคี้ยวอาหารและการกลืนที่ยากลำบากก็อาจทำให้ผู้ป่วยสำลักอาหาร และอาจทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจสมองเสื่อมจากการได้รับผลกระทบด้านความคิด ความจำ และการตัดสินใจ จนทำให้อาจมีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปหรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น โรค ALS อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก ทั้งยังอาจทำให้ปอดบวมหรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้ด้วย 


การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส

เนื่องจากยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดโรคนี้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้ จึงทำให้ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคที่แน่นอน แต่อาจลดความเสี่ยงของโรคได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

    ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่เหมาะสม
    ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์
    หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารโลหะหรือสารเคมีอันตราย หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสสิ่งเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีลดความเสี่ยง
    หากพบว่าคนในครอบครัวมีอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกโรคนี้ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

สำหรับผู้ป่วย ALS เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ควรไปปรึกษานักประสาทวิทยา นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ นักกิจกรรมบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

14
motor show เตรียมพบกับ 3 ยนตรกรรมไฮไลท์และทัพยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ จาก Mercedes-Benz

สำหรับ Mercedes-Benz ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 หรือ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 จะได้พบกับทัพยนตรกรรมอันเหนือระดับ พร้อม 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ที่มาเผยโฉมสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก นำโดย

Mercedes-AMG G 63
เจ้าของตำแหน่งพี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road มาพร้อมส่วนผสมที่ลงตัวทั้งความแข็งแกร่ง สมรรถนะที่ทรงพลัง และเอกลักษณ์เฉพาะที่เหนือกาลเวลา โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ออกแบบโดย AMG และเกียร์แบบใหม่ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ

มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยระบบ Mild Hybrid ที่ผสานการทำงานเข้ากับพื้นฐานเครื่องยนต์ V8 ภายใต้แนวคิด "One Man, One Engine" เสริมพลังการออกตัวที่เฉียบคม และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Mercedes-AMG G 63 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท

Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+
ยนตรกรรมที่ผสานเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูรถยนต์กับความเป็นที่สุดในทุกด้านจาก Mercedes-AMG มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังในแบบฉบับ AMG ประกอบขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงผู้เดียว ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแบบ “One Man, One Engine”

ด้วยเครื่องยนต์แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้าที่ 2,250-4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ซึ่งถูกปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการขับขี่บนถนนปกติและในสนามแข่ง Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+
ยนตรกรรมตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของแบรนด์ Mercedes-AMG ครั้งนี้กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรหัสตัวถัง C192 ออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo และติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ hot inside “V” ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร

ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยรถรุ่นนี้ได้ถูกปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามการขับขี่ และตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของ AMG Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท

โดยในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินหน้าต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการทำการตลาดที่มีความหมายผ่านการเชิญชวนคนที่มี Passion for Benz มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ “Friend with Benz”

ในการถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ ในแบบฉบับของตัวเอง และยังมาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่าง Friend get Friend เพียงชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ คุณจะได้รับสิทธิพิเศษที่มีเฉพาะในช่วงเวลานี้ทันที

พร้อมเปิดมาตรฐานใหม่ด้วย MANUFAKTUR Exclusive โปรแกรมปรับแต่งรถยนต์ที่เข้ามารองรับกลุ่มลูกค้าระดับ Top-End Luxury ให้สามารถร่วมออกแบบรถยนต์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” ครอบคลุมทั้งโมเดล S-Class ไปจนถึงไลน์อัพระดับ Flagship ของแบรนด์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach ไม่ว่าจะเป็น การเลือกสีตัวถังเพิ่มเติมได้มากขึ้นถึง 50 แบบ และ ออปชันสีภายในอีกกว่า 20 แบบ รวมถึงแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณตกแต่งรถยนต์รอบคันทั้งภายในและภายนอกได้ตามที่ต้องการ

พบกันที่บูธ Mercedes-Benz หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

15
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


หน้า: [1] 2 3 ... 31