แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ceetanchanok

หน้า: [1]
1
เปรียบเทียบฟิลเลอร์ใต้ตาตัวดัง Juvederm VS Restylane ยี่ห้อไหนดี?
ใต้ตาคล้ำ ลึก โทรม แต่งหน้ายังไงก็ไม่ช่วย!  ถึงจะพักผ่อนเต็มที่แต่ตื่นมาหน้ายังดูเหนื่อยเหมือนอดนอนข้ามคืนอยู่ดี ซึ่งปัญหาใต้ตาเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนกังวล เพราะมันทำให้ใบหน้าของเราดูหมองคล้ำ ไม่สดใส

และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ "ฟิลเลอร์ใต้ตา" ได้รับความที่นิยมอย่างมาก เพราะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะช่วย เติมเต็มร่องลึก ลดความคล้ำ และทำให้หน้าของเราดูสดใสขึ้นทันที แบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมเลย

แต่พอจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คำถามที่หลายคนต้องเจอแน่ ๆ คือ "ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี?" เพราะปัจจุบันในตลาดมีฟิลเลอร์ใต้ตาหลายยี่ห้อมาก ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ ฟิลเลอร์ใต้ตา2 แบรนด์ดังอย่าง Juvederm และ Restylane ที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้กันเยอะที่สุด พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลยว่า แต่ละตัวมีจุดเด่นอะไร และเหมาะกับใครบ้าง

Juvederm VS Restylane – ฟิลเลอร์ใต้ตาสองตัวดังที่ใคร ๆ ก็รู้จัก!
ปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัย และผ่านมาตรฐาน อย.ไทย มีอยู่หลายแบรนด์ แต่ 2 แบรนด์ที่ได้รับความนิยม และแพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้สำหรับใต้ตาคือ Juvederm และ Restylane เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มีเนื้อสัมผัสที่ดี และอยู่ได้นานอีกด้วย

1. Juvederm – ฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมจากอเมริกา มีเทคโนโลยี Vycross ที่ช่วยให้เนื้อเจลเนียนเรียบ และติดทนนาน เหมาะกับคนที่ต้องการใต้ตาดูอิ่มฟูแบบเป็นธรรมชาติ มี 3 รุ่นมาแนะนำ ดังนี้

Juvederm Volite
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์ละเอียด และเบา สามารถฉีดเข้าชั้นหนังแท้ ได้ดี เนื้อฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี
  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวบาง ต้องการเติมเต็มใต้ตาชั้นตื้นให้ดูเรียบเนียน​
  • ระยะเวลาคงอยู่: 8 - 12 เดือน

Juvederm Volux
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์แข็งที่สุด มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ปั้นขึ้นรูปได้ง่าย และมีความคงตัวสูง​
  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการเสริมโครงสร้างใต้ตาแบบชัดเจน​
  • ระยะเวลาคงอยู่: 18 - 24 เดือน

Juvederm Voluma
  • ​​คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์แน่น เรียบเนียน มีความฟูระดับปานกลาง คงตัวได้ดีเมื่อฉีดเข้าผิว​
  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการเติมเต็มใต้ตาให้ดูอิ่มฟู สดใส และเป็นธรรมชาติ​
  • ระยะเวลาคงอยู่: 18 เดือน

2.Restylane – ฟิลเลอร์จากสวีเดน เนื้อฟิลเลอร์ยืดหยุ่นสูง กระจายตัวดี เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ร่องลึกใต้ตา และช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น มี 5 รุ่นมาแนะนำ ดังนี้

Restylane Defyne
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง เติมเต็มใต้ตาให้ดูเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวบาง ที่ต้องการให้ใต้ตาดูเนียน
  • ระยะเวลาคงอยู่: 18 เดือน

Restylane Vital Light
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์มีความนิ่ม มีเนื้อละเอียดที่สุด
  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวบาง ที่ต้องการเติมผิวชั้นตื้น แก้ปัญหาริ้วรอยเพิ่มความฉ่ำวาว
  • ระยะเวลาคงอยู่: 6 - 12 เดือน

Restylane LYFT Lidocaine
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่น คงตัวสูง หลังฉีดไม่ค่อยฟู แต่ให้ความคงรูปได้เป็นอย่างดี​
  • เหมาะกับ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโครงสร้างใต้ตาให้ดูคมชัด
  • ระยะเวลาคงอยู่: 12 เดือน

Restylane Classic
  • คุณสมบัติ: โมเลกุลขนาดใหญ่ เนื้อฟิลเลอร์แน่น เหมาะสำหรับเติมร่องตื้น - ลึก​
  • เหมาะกับ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมผิวใต้ตาชั้นลึก​
  • ระยะเวลาคงอยู่: 12 เดือน

Restylane Vital
  • คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์มีความนิ่ม ละเอียด ช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว
  • ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มใต้ตาให้เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติสุด ๆ​
  • ระยะเวลาคงอยู่: 12 เดือน

จริง ๆ แล้ว Juvederm กับ Restylane เป็นสองแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมสุด ๆ และมักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่แพทย์แนะนำสำหรับการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตาแต่การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะกับเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ชื่อแบรนด์เท่านั้นนะ!

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรถามตัวเองก่อนว่า…
  • ปัญหาของเราอยู่ตรงไหน? – ใต้ตาลึก? รอยคล้ำ? ผิวบาง? หรืออยากเสริมโครงสร้างให้ดูมีมิติมากขึ้น?
  • อยากได้ลุคแบบไหน? – ใครที่อยากได้ลุค ธรรมชาติ เบา ๆ ดูไม่โป๊ะ อาจชอบ Restylane ส่วนคนที่อยากได้ ลุคอิ่มฟู สดใส ดูเต็มขึ้น Juvederm ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
  • อยากให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน? – โดยทั่วไป Juvederm จะอยู่ได้นานกว่า Restylane แต่ก็ต้องดูว่าเราพร้อมเติมใหม่บ่อยแค่ไหน
  • ฟังความเห็นจากแพทย์ – แพทย์เป็นคนที่มองเห็นปัญหาของเราแบบละเอียดที่สุด และสามารถเลือกฟิลเลอร์ที่เข้ากับใบหน้าของเราได้ดีที่สุด

สุดท้ายแล้วการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่แค่การเลือกแบรนด์ดัง ๆ แล้วไปฉีดเลย แต่ควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการของเรา ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวย เนียน และเป็นธรรมชาติ!

2
ใครว่าสิวเป็นปัญหาเฉพาะวัยรุ่น? หลายคนอาจประสบปัญหาสิวในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด มลภาวะ
และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุของสิวในวัย 30 และแนะนำตัวช่วยดีๆ อย่าง ไฮยาลูรอน เซรั่มลดรอยสิว
และครีมซองเซเว่น ที่จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาใส ไร้สิว

สิววัย 30 เกิดจากอะไร?

สิวอุดตัน ในวัย 30 มักเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างจากวัยรุ่น ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : แม้จะไม่ใช่ช่วงวัยรุ่น แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็ยังส่งผลต่อการเกิดสิวได้
  • ความเครียด : ความเครียดเรื้อรังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งกระตุ้นให้เกิดสิว
  • มลภาวะ : ฝุ่นละอองและมลพิษทำให้อุดตันรูขุมขน
  • การใช้เครื่องสำอาง : การแต่งหน้าที่หนาเกินไป หรือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดสิวได้
  • โรคบางชนิด : โรคบางชนิด เช่น โรค PCOS ก็อาจเป็นสาเหตุของสิวได้

ไฮยาลูรอน เซรั่มลดรอยสิว และครีมซองเซเว่น ช่วยได้อย่างไร?
  • ไฮยาลูรอน : ไฮยาลูรอน ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการระคายเคืองจากสิว และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • เซรั่มลดรอยสิว: เซรั่มลดรอยสิว ช่วยลดรอยแดง รอยดำจากสิว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ครีมซองเซเว่น : ครีมซองเซเว่น บางสูตรมีส่วนผสมที่ช่วยลดสิว เช่น ซาลิไซลิกแอซิด หรือทีทรีออยล์

วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม
  • อ่านฉลาก : เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาสิวของคุณ
  • ปรึกษาเภสัชกร : หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์อะไรดี ควรปรึกษาเภสัชกร
  • ทดลองใช้ : ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดลองใช้กับผิวบริเวณเล็กๆ ก่อน เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือระคายเคืองหรือไม่

เคล็ดลับในการดูแลผิวให้ปราศจากสิว
  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ : ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า : เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่รูขุมขน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดี
  • ลดความเครียด : หาเวลาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย การฟังเพลง
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ : อาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วนช่วยให้ผิวแข็งแรง

ข้อควรระวัง : หากสิวไม่หาย หรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

สรุป
สิวในวัย 30 อาจเป็นปัญหาที่น่าหงุดหงิด แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลผิวอย่างถูกวิธี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
เช่น ไฮยาลูรอน เซรั่มลดรอยสิว และครีมซองเซเว่น รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็จะช่วยให้คุณมีผิวหน้าที่ใส ไร้สิวได้

3
บอกลาปัญหาสิวพร้อมเผยผิวใส ด้วยโฟมล้างหน้าลดสิว

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวนั้นมีหลากหลายปัจจัยมากๆ และแน่นอนว่าการล้างหน้าไม่สะอาดก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเช่นเดียวกัน ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหรือการล้างหน้าให้สะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยหากอยากมีผิวหน้าที่สวยใสดูสุขภาพดี วันนี้จึงอยากแนะนำโฟมล้างหน้าลดสิว ไอเท็มที่จะช่วยทำความสะอาดผิวของเราให้สะอาดล้ำลึก ช่วยลดการระคายเคือง และลดโอกาสที่ทำให้เกิดสิว พร้อมเผยผิวใส เพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ มีตัวไหนบ้างมาดูกันเลย

แน่นอนว่าการที่เราล้างหน้าทำความสะอาดผิวไม่ดีนั้นจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและทำให้เป็นสิวง่าย จึงอยากจะขอแนะนำ โฟมล้างหน้าลดสิว อุดตันสิวผดคอมพลีท แอนตี้-แอคเน่ คลีนซิ่ง โฟม (Bright Complete Anti-Acne Cleansing Foam) โฟมล้างหน้าสำหรับคนที่เป็นสิวโดยเฉพาะ ช่วยแก้ปัญหาผิวที่เป็นสิวได้ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างหน้ากันเลย ด้วยส่วนผสมของ Salicylic Acid ช่วยลดปัญหาสิวอุดตัน สิวผด และสิวอักเสบได้อย่างดี ยังช่วยแก้ปัญหาการเป็นเกิดสิวที่ต้นตอได้อีกด้วย เพราะขจัดสิ่งสกปรกต่างๆที่อยู่บนผิวหน้าออกได้อย่างหมดจด พร้อมช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ


คุณสมบัติ

  • โฟมล้างหน้าลดสิว เผยผิวกระจ่างใส จัดการปัญหาผิวหมองคล้ำ พร้อมควบคุมความมันบนผิวได้ดีตลอดทั้งวันอีกด้วย
  • มีส่วนผสมของวิตตามินซี ช่วยทำให้รอยดำ จุดด่างดำค่อยๆเลือนจางลง
  • โฟมล้างหน้าลดสิว ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก กำจัดแบคทีเรียบนผิวหน้าได้ 99.9 %

ขนาด  100 มล. / 50 มล.

สำหรับสาวๆที่ผิวมันและมีแน้วโน้มเป็นสิวง่ายมากๆ รวมทั้งผิวบอบบางแพ้ง่าย ก็ไม่ต้องกังวลหากยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกใช้โฟมลดสิวตัวไหนดี เรามีตัวเลือกสำหรับสาวๆกลุ่มนี้นั่นคือ โฟมล้างหน้าลดสิว เซราวี เบลมมิช คอนโทรล คลีนเซอร์ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับโฟมล้างหน้าลดสิวสำหรับคนที่มีผิวมันเป็นสิวง่าย ใครที่ผิวแพ้ง่าย อยากจะแนะนำเลย เพราะผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้ได้อย่างปลอดภัย อ่อนโยนต่อผิว และปราศจากน้ำหอม ไม่ทำร้ายปราการผิว พร้อมช่วยกู้ผิวให้กลับมาแข็งแรง ลดการอักเสบของผิว จึงอุดตันสิวอักเสบได้ดี ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกแต่อ่อนโยน สาวๆที่ผิวแพ้ง่ายต้องหลงรักแน่นอน

คุณสมบัติ

  • โฟมล้างหน้าลดสิว เนื้อสัมผัสเจลโฟม ช่วยลดสิวอุดตัน สิวอักเสบได้ดี พร้อมเผยผิวที่กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด เพื่อเสริมเกราะปกป้องผิว ปรับสมดุลผิวหน้าให้แข็งแรง
  • โฟมล้างหน้าลดสิว ช่วยสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขนอย่างล้ำลึก พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว

ขนาด 236 มล.

4
พูดคุยเรื่องทั่วไป / ป้ายยา กันแดดพร้อมท้าซัมเมอร์
« เมื่อ: วันที่ 21 มิถุนายน 2024, 16:54:27 น. »
ป้ายยา กันแดดพร้อมท้าซัมเมอร์ ;D

ปัจจัยการบำรุงที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ครีมกันแดด ใครที่ละเลยหรือขี้เกียจทากันแดด ต้องหันมาใส่ใจทากันแดดกันนะคะ เพราะผลของมันมีทั้งฝ้าแดด ผิวโดนทำร้าย และความหมองคล้ำ รู้แบบนี้แล้วนอกจากอย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านและทาสองข้อนิ้วแล้วนั้น ต้องเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวหน้าเรา วันนี้ขอมัดรวมครีมกันแดดจากแบรนด์ดังที่ใครหลายคนต้องเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างอย่างแน่นอน ไปเลือกดูกันเลยค่า

Garnier super UV Invisible Serum Sunscreen SPF 50+ PA+++ สูตรปกป้องผิวโดยเฉพาะ กันแสงแดดจาก UVA UVB ได้ถึง 99% ใครผิวหมองคล้ำ มีฝ้า มีจุดด่างดำ บอกเลยว่าตอบโจทย์สุด ๆ ตัวพิเศษ ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน กับ ครีมกันแดด https://www.garnier.co.th/female-skincare/sun-protection ตัวแม่ในตำนานที่หลายคนยกให้เป็นลูกรัก เพราะตัวนี้มีคุณสมบัติครบสูตรใน 1 ขวด จาก ตัวนี้บอกเลยค่ะว่ายิ่งทาผิวก็ยิ่งไบรท์เพราะมีสารบำรุงเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าไปพร้อมกับการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยนะ เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ การันตีความบางเบาให้ฟีลลิ่งทาเหมือนไม่ได้ทา ไม่รบกวนเมคอัพ ที่สำคัญตัวนี้มีเทคโนโลยี Airlock ที่ช่วยเคลือบกันแดดให้ติดทนผิวแบบที่ไม่ทิ้งคราบขาวไว้เลย ใครผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ใช้ได้หมดเลยค่า

กันแดดที่ตอบโจทย์คนหน้ามัน หน้าเยิ้ม กับกันแดดคุมมัน https://www.larocheposay-th.com/sunscreens-for-acne-oil-control สูตร Anthelios UVMUNE 400 Oil control จาก Laroche-Posay ที่เคลมมาว่าคุมมันนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วย Airlicium สารพิเศษจากแบรนด์ พร้อมกับวิตามินอี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายผิวเรา สูตรนี้ยังกันน้ำ กันเหงื่อ กันแดดแบบจุก ๆ ป้องกันได้ยันช่วง Ultra Long UVA แถมป้องกันผิวด้วย SPF50+ PA+++ (PPD 31) เป็นค่ามาตรฐานประสิทธิภาพกันแดดที่สูงมาก เท่านี้ยังไม่พอ ตัวนี้ยังสามารถกัน UVA UVB IR ได้อีกด้วย บอกเลยค่ะว่าตัวนี้ต้องมี ราคาคุ้มค่าไม่แพงเกินผลลัพธ์ที่ได้แน่นอน

5
รวม 3 น้ำหอมจบปัญหากลิ่นตัว เอาใจหนุ่มเจ้าสำราญ 8) :o

สวัสดีครับเหล่าหนุ่มเท่ห์ สมาร์ท ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ชอบออกไปผจญภัย สังสรรค์กับเพื่อนฝูง สนุกกันแทบแย่ แต่ปัญหาใหญ่ที่มักจะเจอก็คือ กลิ่นตัว เคยไหมครับ? เวลาไปเดท ไปทำงาน หรือออกกำลังกาย เหงื่อไหลไคลย้อย กลิ่นตัวเริ่มไม่น่าพิศมัย รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่อยากเข้าใกล้ใคร ผมลองมาหลายวิธีแล้ว ทั้งทาโรลออน ใช้สเปรย์ดับกลิ่น แต่รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ยังมีกลิ่นกวนใจอยู่ดี

จนกระทั่งผมได้ค้นพบ "น้ำหอม" ตัวช่วยที่จะทำให้ผมมั่นใจขึ้น กล้าเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ วันนี้ผมเลยอยากมาแนะนำน้ำหอม 3 ตัวจาก LE VESTIAIRE DES PARFUMS ที่ผมใช้แล้วชอบ คิดว่าเหมาะกับหนุ่มเท่ห์ สมาร์ท อย่างเรา ไม่ใช่แค่น้ำหอมผู้หญิงที่น่าลอง จะบอกว่าน้ำหอมผู้ชาย https://www.yslbeautyth.com/th_TH/fragrance/fragrance-for-him/ หรือน้ำหอม Unisex ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยครับ

1. CABAN – LE VESTIAIRE DES PARFUMS:
น้ำหอมโทน Woody Spicy กลิ่นหอมอบอุ่น เย้ายวนใจ ผสมผสานความสดชื่นจาก Pink Pepper เข้ากับความนุ่มนวลของ Tonka Bean เหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการเสริมเสน่ห์ ดึงดูดทุกสายตา

2. TUXEDO – LE VESTIAIRE DES PARFUMS:
น้ำหอมโทน Woody Aromatic กลิ่นหอมคลาสสิก สุขุมนุ่มลึก ผสมผสานความสดชื่นจาก Bergamot เข้ากับความอบอุ่นของ Cedarwood เหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ภูมิฐาน

3. BLOUSE - LE VESTIAIRE DES PARFUMS:
น้ำหอมโทน Floral Woody กลิ่นหอมหวานละมุนละไม ผสมผสานความสดชื่นจาก Orange Blossom เข้ากับความนุ่มนวลของ Sandalwood เหมาะกับทั้งหนุ่ม ๆและสาว ๆ ที่ต้องการความอ่อนหวาน น่าทะนุถนอม

ทั้ง 3 ตัวนี้ ล้วนเป็นน้ำหอมผู้ชาย น้ำหอมผู้หญิง https://www.yslbeautyth.com/th_TH/fragrance/fragrance-for-her/ Eau de Parfum ที่มีความเข้มข้นสูง ติดทนนาน เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ลองใช้แล้วคุณจะรู้สึกมั่นใจขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ แถมยังเป็น Unisex ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

สำหรับผมแล้ว ผมชอบใช้ CABAN ในวันที่ต้องไปเดท หรือออกงานสำคัญ เพราะกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ช่วยดึงดูดทุกสายตา ส่วน TUXEDO ผมชอบใช้ในวันที่ต้องไปทำงาน หรือพบปะผู้ใหญ่ เพราะกลิ่นหอมคลาสสิก ช่วยเสริมเสน่ห์ น่าเชื่อถือ

BLOUSE ผมชอบใช้ในวันที่ต้องการผ่อนคลาย หรือใช้เวลากับเพื่อนฝูง เพราะกลิ่นหอมหวานละมุน ช่วยให้รู้สึกอ่อนโยน น่าทะนุถนอม สำหรับหนุ่มเท่ห์ สมาร์ท ที่กำลังมองหาน้ำหอมผู้ชาย น้ำหอมผู้หญิง https://www.lancome.co.th/th_TH/fragrance/ ดี ๆ สักตัว ผมขอแนะนำทั้ง 3 ตัวนี้

เพราะทั้ง 3 กลิ่นหอม ล้วนได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดย Yves Saint Laurent แบรนด์ชั้นนำระดับโลก มั่นใจได้ถึงคุณภาพและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ลองไปหาซื้อมาลองใช้กันดูนะครับ คุณจะรู้สึกมั่นใจขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ อย่าลืมดูแลตัวเอง ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ อ๋อ ละก็มีเคล็ดลับเพิ่มเติมแอบมาบอกอีกนิดนึง

  • เลือกน้ำหอมที่เหมาะกับสภาพผิว
  • ทาน้ำหอมในจุดอ่อนของร่างกาย เช่น ข้อพับแขน ข้อพับขา
  • หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำหอมบนเสื้อผ้าโดยตรง
  • เก็บน้ำหอมไว้ในที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน

การเลือกน้ำหอมเปรียบเสมือนการเลือกเสื้อผ้า น้ำหอมที่ดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจ และสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่น เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา กลายเป็นหนุ่มเท่ห์ สมาร์ท ที่เพอร์เฟกต์ที่สุด!

หน้า: [1]