ผู้เขียน หัวข้อ: ภาวะแทรกซ้อนการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยติดเตียง  (อ่าน 9 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 799
  • แหล่งรวมของสะสม เว็บลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี ซื้อ-ขายออนไลน์ ใหม่-มือสอง
    • ดูรายละเอียด
ภาวะแทรกซ้อนการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยางในผู้ป่วยติดเตียง เป็นเรื่องที่ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวตัวน้อยและไม่สามารถสื่อสารความผิดปกติได้ชัดเจนครับ

ผมสรุปภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย พร้อมวิธีสังเกตและแนวทางป้องกันไว้ดังนี้ครับ:

1. ภาวะสำลักและปอดอักเสบ (Aspiration Pneumonia)

เป็นภาวะที่อันตรายที่สุด เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยขย้อนจากกระเพาะขึ้นมาแล้วไหลลงสู่ปอด

วิธีสังเกต: ผู้ป่วยไออย่างรุนแรงขณะให้อาหาร, หายใจหอบเหนื่อย, หน้าเขียว, หรือมีไข้สูงและเสียงครืดคราดในปอดหลังมื้ออาหาร

การป้องกัน: ต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยหัวสูง 30-45 องศา และคงท่านี้ไว้หลังให้อาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


2. ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

ท้องอืดและอาหารค้าง (Gastric Retention): เนื่องจากลำไส้ผู้ป่วยติดเตียงเคลื่อนไหวช้า ทำให้อาหารมื้อเก่าไม่ย่อย

วิธีสังเกต: หน้าท้องตึง, ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) แล้วเหลือเกิน 100-150 ml

ท้องเสีย (Diarrhea): อาจเกิดจากอาหารปนเปื้อนเชื้อโรค, อาหารเย็นเกินไป หรือให้อาหารเร็วเกินไป

ท้องผูก (Constipation): เกิดจากการขาดใยอาหารและดื่มน้ำไม่เพียงพอ ซึ่งพบได้บ่อยมากในผู้ป่วยติดเตียง


3. ปัญหาที่ตัวสายยางและผิวหนัง

สายยางอุดตัน: เกิดจากการไม่ล้างสาย (Flush) ให้สะอาดหลังให้อาหารหรือยา หรือบดยาไม่ละเอียดพอ

แผลกดทับจากสายยาง:

สายจมูก: ผิวหนังบริเวณปีกจมูกแดงหรือถลอกจากการถูกสายยางกดทับนานๆ

สายหน้าท้อง: ผิวหนังรอบรูเปิดอักเสบ บวมแดง หรือมีเนื้อนูนผิดปกติ (Granuloma) จากความอับชื้น


4. ภาวะผิดปกติทางโภชนาการและเกลือแร่

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): สังเกตจากปากแห้ง ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น หรือปัสสาวะมีสีเข้มและปริมาณน้อย

น้ำตาลในเลือดสูง: มักพบในผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับอาหารสูตรปกติ หรือได้รับอาหารเร็วเกินไปในครั้งเดียว


💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

การบันทึก "ปริมาณอาหารค้าง" และ "ลักษณะการขับถ่าย" ในแต่ละวัน จะช่วยให้คุณเห็นแนวโน้มความผิดปกติได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ครับ หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการซึมลงหรือมีไข้ แม้เพียงเล็กน้อย ควรปรึกษาทีมแพทย์ที่ดูแลทันที